สุภาพสตรีตาบอดชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่เมือง ซันฟอร์ด
รัฐเวอร์จีเนีย สหรัฐอเมริกา และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2515 ในกรุงเทพมหานคร

เมื่อท่านอายุได้ 2 เดือนเกิดอุบัติเหตุยาหกเข้าตา จึงทำให้ท่านต้องกลายเป็นเด็กตาพิการ
ไปตลอดชีวิต แต่ท่านได้รับการอบรมเหมือนเด็กปกติจาก ครอบครัวและโรงเรียน มิสคอลฟิลด์ได้รับการศึกษาจนจบขั้นปริญญาโทจากมหาวิมยาลัยโคลัมเบียนิวยอร์ค

เมื่อพ.ศ. 2466 ท่านได้ไปประเทศญี่ปุ่นด้วยเจตนารมณ์ ที่จะสร้างความเข้าใจ
กันระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวอเมริกัน โดยท่านเป็นครูสอนภาษาอังกฤษใน
โรงเรียนมัธยมชาย(ตาดี) และคนทั่วไป พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับกิจกรรม
ของคนตาบอดที่นั่น เพราะประเทศญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนคนตาบอดอยู่แล้วหลายโรงเรียน

ในปี พ.ศ. 2479 มิสคอลฟิวด์ ได้มาเยี่ยมเยียนประเทศไทยเพื่อขออนุญาติรัฐบาลไทย จัดตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดขึ้นในกรุงเทพมหานคร รัฐบาลไทยในสมัยนั้นก็มิได้ขัดข้อง แต่ไม่สามารถให้การ
สนับสนุนได้ เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและสังคม

ดังนั้น ท่านจึงกลับไปประเทศญี่ปุ่นและอเมริกา เพื่อรวบรวมทุนและอุปกรณ์สำหรับคนตาบอดและได้กลับมาประเทศ
ไทยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปลายปี พ.ศ. 2481 (ขณะนั้นท่านอายุได้ 50 ปี) เพื่อเตรียมการเปิดโรงเรียนสอนคนตาบอดขึ้น ณ
ซอยกอชเช่ ศาลาแดง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2482 งานครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยความช่วยเหลือสนับสนุนจาก
นักเรียนและข้าราชการไทยที่มิสคอลฟิลด์ได้พบเมื่อยังอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งมิตรสหาย ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
อีกมากมาย และหลังจากนั้น มิสคอลฟิลด์กับคณะได้ก่อตั้งมูลนิธิขึ้น (10 พฤษภาคม 2482) ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่า "มูลนิธิ
ช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์"
มิส เจนีเวฟ คอลฟิลด์ ได้อุทิศเวลา กำลังกาย กำลังใจ ความคิด
และบางครั้งท่านก็ได้สละทรัพย์สินส่วนตัวแก่คนตาบอด ท่านไม่มีมรดก ไม่มีเงินเดือน รายได้ที่นำมาเลี้ยงตนเอง ก็ได้
มาจากการเขียนหนังสือ และสอนภาษาอังกฤษแก่คนตาดี รางวัลที่มีคุณค่าที่สุดที่ได้รับเมื่อยังมีชีวิต คือ เครื่องราช-
อิสริยาภรณ์ (จ.ม.) จากประเทศไทย เหรียญตราจากประเทศญี่ปุ่น รางวัลแม็กไซไซจากประเทศฟิลิปปินส์ และเหรียญ
เสรีภาพจากประเทศสหรัฐอเมริการรางวัลเหล่านั้นมิได้ทำให้ท่านภาคภูมิใจเท่ากับรางวัลความรัก ความเทิดทูนกตัญญู
กตเวทีที่ศิษย์ตาบอดมอบให้แด่ท่าน รวมทั้งความสำเร็จในด้านการศึกษาของคนตาบอดขยายกว้างออกไกลไปกว่าที่เป็น
อยู่ อยากให้มีโรงเรียนสอนคนตาบอดมากขึ้น มีในทุกภาคของประเทศท่านอยากเห็นคนพิการทั้งหลายในประเทศ (โดย
เฉพาะคนตาบอด) ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมร้อยเปอร์เซนต์ มีสิทธิเสมอภาคตามกฎหมายทัดเทียมกับคนปกติ มิสคอล-
ฟิลด์พยายามพบปะบุคคลในทุกวงการต่าง ๆ ชี้แจงให้เเขาเห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน ท่านอยากเห็นคนตาบอด
ได้เข้ารับราชการเหมือนคนตาบอดในต่างประเทศ เพราะกฎหมายไทยถือว่าคนพิการทุพลภาพ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
ได้ และในกฎ ก.พ. ห้ามมิให้คนพิการเข้ารับราชการจนกระทั่งปี พ.ศ. 2518 จึงได้มีการแก่กฎหมายให้คนพิการเข้ารับ
ราชการได้ คำสอนอันล้ำค่าที่ท่านให้ไว้แก่คนตาบอด คือ "จงรู้จักให้มากกว่าเป็นผู้รับฝ่ายเดียว"